วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

RAM (Random-Access Memory)





RAM (Random-Access Memory)

RAM คือหน่วยความจำหลักของคอมพิวเตอร์ เป็นหน่วยความจำแบบชั่วคราว ซึ่งหมายถึงจะสามารถทำงานได้เมื่อมีกระแสไฟฟ้ามาหล่อเลี้ยง เมื่อมีการตัดกระแสไฟฟ้าหรือปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ข้อมูลใน RAM ก็จะหายไป) RAM เป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม รวมถึงความเร็วในการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์





RAM ทำหน้าที่รับข้อมูลหรือชุดคำสั่งจากโปรแกรมสำเร็จรูปต่างๆที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ในคอมพิวเตอร์ แล้วส่งต่อไปยังCPU หรือ Central Processing Unit ซึ่งเป็นหัวใจหรือสมองของคอมพิวเตอร์นั้นๆให้ประมวลผล คำนวณ และวิเคราะห์ข้อมูลตามต้องการ เมื่อ CPU คำนวณเสร็จแล้ว จะส่งผลการคำนวณหรือวิเคราะห์นั้นๆกลับมายัง RAM เพื่อส่งต่อไปยังโปรแกรมเจ้าของชุดคำสั่ง ก่อนจะแสดงผลของการคำนวณออกมาทาง Output devices ต่างๆ


RAM สามารถแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ดังนี้
1. Input Storage Area
เนื้อที่ RAM ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่รับข้อมูลจาก Input devices เช่น คีย์บอร์ด เมาส์ Barcode reader และอื่นๆ โดยจะเก็บไว้เพื่อส่งให้ CPU ทำการประมวผล คำนวณหรือวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้นต่อไป
2. Working Storage Area 
เนื้อที่ RAM ส่วนนี้เป็นพื้นที่สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่อยู่ในระหว่างการประมวลผลของ CPU
3. Output Storage Area
เนื้อที่ RAM ส่วนนี้เป็นพื้นที่สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล คำนวณ และวิเคราะห์โดยหน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU แล้วและอยู่ระหว่างรอส่งผลการประมวลดังกล่าวกลับคืนไปให้โปรแกรมเจ้าของชุดคำสั่ง เพื่อแสดงผลทาง Output devices ตามที่ผู้ใช้งานกำหนดไว้
4. Program Storage Area
เป็นส่วนที่ใช้เก็บชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ผู้ใช้ต้องการจะส่งเข้ามา เพื่อใช้คอมพิวเตอร์ปฏิบัติตามคำสั่งชุดดังกล่าว หน่วยควบคุมจะทำหน้าที่ดึงคำสั่งจากส่วนนี้ทีละคำสั่งเพื่อทำการแปลความหมาย ว่าคำสั่งนั้นสั่งให้ทำอะไร จากนั้นหน่วยควบคุมจะไปควบคุมฮาร์ดแวร์ที่ต้องการทำงานดังกล่าวให้ทำงานตามคำสั่งนั้นๆ หน่วยความจำจะจัดอยู่ในลักษณะแถวแนวตั้ง (CAS:Column Address Strobe) และแถวแนวนอน (RAS:Row Address Strobe) เป็นโครงสร้างแบบเมทริกซ์ (Matrix) โดยจะมีวงจรควบคุมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวงจรในชิปเซต (Chipset) ควบคุมอยู่ โดยวงจรเหล่านี้จะส่งสัญญาณกำหนดแถวแนวตั้ง และสัญญาณแถวแนวนอนไปยังหน่วยความจำเพื่อกำหนดตำแหน่งของข้อมูลในหน่วยความจำที่จะใช้งาน


วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ระบบสาระสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ



 ระบบสารสนเทศ (Information system)

 ระบบสารสนเทศ (Information system) หมายถึง ระบบที่ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ได้แก่ ระบบคอมพิวเตอร์ทั้งฮาร์ดแวร์  ซอฟท์แวร์  ระบบเครือข่าย  ฐานข้อมูล  ผู้พัฒนาระบบ ผู้ใช้ระบบ  พนักงานที่เกี่ยวข้อง และ ผู้เชี่ยวชาญในสาขา ทุกองค์ประกอบนี้ทำงานร่วมกันเพื่อกำหนด  รวบรวม จัดเก็บข้อมูล  ประมวลผลข้อมูลเพื่อสร้างสารสนเทศ และส่งผลลัพธ์หรือสารสนเทศที่ได้ให้ผู้ใช้เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงาน การตัดสินใจ  การวางแผน หรือ หมายถึง ระบบคอมพิวเตอร์ที่จัดเก็บข้อมูล และประมวลผลเป็นสารสนเทศ และระบบสารสนเทศเป็นระบบที่ต้องอาศัยฐานข้อมูล




ส่วนประกอบของระบบสารสนเทศ ประกอบด้วย

1. ฮาร์ดแวร์ คือชุดอุปกรณ์ที่ใช้ในการป้อนข้อมูลเข้า ประมวลผลข้อมูลและแสดงผล


2. ซอฟต์แวร์ คือ โปรแกรมหรือชุดคำสั่งที่ควบคุมการทำงาน ของฮาร์ดแวร์ในการรับข้อมูลเข้า
การประมวลผล และแสดงผล รวมทั้งติดต่อกับผู้ใช้งาน


3. บุคลากร คือ ผู้ใช้หรือผู้ควบคุมระบบคอมพิวเตอร์ และผู้พัฒนาโปรแกรม เพราะฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ไม่สามารถทำงานได้เอง จำเป็นต้องมีผู้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่ป้อนข้อมูล ติดต่อสื่อสารกับซอฟต์แวร์ให้ทำงานประมวลผล โดยการเลือกคำสั่งที่ต้องการ รวมถึงการปิด
และเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องพิมพ์ เป็นต้น


4. ข้อมูล คือ ข้อเท็จจริงที่บุคลกรรวบรวมมา เพื่อป้อนเข้าทางอุปกรณ์รับข้อมูลโดยตรง
เช่น การป้อนวัน เดือน ปี เกิดของนักเรียน เป็นต้น


5. ขั้นตอนการปฏิบัติ คือ ระเบียบวิธีการปฏิบัติงานเพื่อประมวลผลข้อมูล ขั้นตอนในการทำงาน
ประมวลผล เช่น ถ้าต้องการทราบอายุของนักเรียนสามารถประมวลผลได้ โดยนำปีเกิดของนักเรียน
มาลบกับปีปัจจุบัน เป็นต้น 


ส่วนประกอบของระบบสารสนเทศ

 ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ  (Decision Support Systems – DSS)  เป็นระบบที่ช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจสำหรับปัญหา หรือที่มีโครงสร้างหรือขั้นตอนในการหาคำตอบที่แน่นอนเพียงบางส่วน  ข้อมูลที่ใช้ต้องอาศัยทั้งข้อมูลภายในกิจการและภายนอกกิจการประกอบกัน  ระบบยังต้องสามารถเสนอทางเลือกให้ผู้บริหารพิจารณา เพื่อเลือกทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสถานการณ์นั้น  หลักการของระบบ สร้างขึ้นจากแนวคิดของการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยการตัดสินใจ โดยให้ผู้ใช้โต้ตอบโดยตรงกับระบบ ทำให้สามารถวิเคราะห์ ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขและกระบวนการพิจารณาได้ โดยอาศัยประสบการณ์ และ ความสามารถของผู้บริหารเอง  ผู้บริหารอาจกำหนดเงื่อนไขและทำการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต่างๆ ไปจนกระทั่งพบสถานการณ์ที่เหมาะสมที่สุด แล้วใช้เป็นสารสนเทศที่ช่วยตัดสินใจ  รูปแบบของผลลัพธ์ อาจจะอยู่ในรูปของ รายงานเฉพาะกิจ  รายงานการวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจ การทำนาย หรือ พยากรณ์เหตุการณ์

ประเภทของระบบสนับสนุนการตัดสินใจ

มี 2 ประเภท คือ
1.ระบบสารสนเทศเพื่อสนุบสนุนการตัดสินใจของบุคคล
2.ระบบสารสนเทศเพื่อสนุบสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม

ตัวอย่างระบบสารสนเทศเพื่อการสนับสนุนการตัดสินใจ


 ระบบสนับสนุนการตัดสินใจกับการบริหารการจัดส่งสินค้า



บริษัทศาน ไมเกล (San Miguel corporation) ใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารการส่งสินค้า ( Production load Allocation) เพื่อส่งสินค้ากว่า 300 ชนิด เช่น นม เบียร์ และอื่นๆ โดยส่งไปทั่วหมู่เกาะฟิลิปปินส์ ระบบดังกล่าวช่วยคำนวณความสมดุลระหว่างค่านำส่ง ค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อ กับความถี่ในการนำส่งและปริมาณต่ำสุดในการสั่งสินค้า รวมถึงการกำหนดจำนวนสินค้าแต่ละชนิดที่จะผลิตและการนำสินค้านั้นไปเก็บไว้ในคลังสินค้าต่างๆ ระบบนี้ช่วยให้บริษัทกำหนดแผนการผลิตที่เหมาะสมและสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการเก็บสินค้าไว้ในคลังได้ถึง 180‚000 เหรียญสหรัฐต่อปี







วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

My Profile


 

ชัยคุปต์ สระภูมิ 

ชื่อเล่น เชค      อายุ 16
-----------------------------------------------
งานอดิเรค ร้องเพลงเสียงดัง เต้น

สิ่งที่ชอบ EXO!!!!!!

 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ศึกษาอยู่ที่ โรงเรียนอัสสัมชัญจังหวัดระยอง



สถานที่ถ่ายทำ กำแพงหลังสวน